สงครามกลางเมืองอเมริกันเป็นหนึ่งในสงครามอุตสาหกรรมที่แท้จริง

บทบาทของสหรัฐอเมริกาในสงครามโลกครั้งที่ 1

rainbow

จากการโจมตีฐานทัพอาจนำมาสู่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและเกาหลีเหนือ

เป็นที่หวาดหวั่นไปทั่วโลกเมื่อประเทศเกาหลีเหนือ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี คิม จอง อึน ประกาศกร้าวพร้อมโจมตีฐานทัพของสหรัฐอเมริกาที่ตั้งอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ หลังจากที่สหรัฐฯ ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 ข้ามผ่านมายังคาบสมุทรเกาหลีในการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้น เมื่อเกาหลีเหนือออกมาประกาศเข้าสู่ภาวะสงครามกับเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ ทำให้สหรัฐอเมริกาต้องส่งเครื่องบินขับไล่รุ่น เอฟ-22 แร็ปเตอร์ ไปประจำที่ฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ในประเทศเกาหลีใต้ จากนั้น เมื่อวันที่ 4 เมษายน รัฐบาลเกาหลีเหนือได้อนุมัติแผนการใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อโจมตีเป้าหมายในสหรัฐอเมริกา โดยระบุว่า เวลาแห่งสงครามใกล้มาถึงแล้ว แต่ทางฝั่งสหรัฐอเมริกายังเชื่อว่านี่เป็นเพียงแค่คำขู่ของโสมแดงเท่านั้น พร้อมกับออกแถลงการณ์เตือนให้เกาหลีเหนือหยุดการข่มขู่ และการยั่วยุดังกล่าวเสียที แต่ถึงกระนั้น ทางสหรัฐอเมริกาก็ได้เตรียมติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธแบบ THAAD บนเกาะกวม ในมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อป้องกันฐานทัพสหรัฐฯ จากภัยคุกคามของเกาหลีเหนือ

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้คนทั่วโลกพากันจับจ้องว่า จะเกิดสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและเกาหลีเหนือ ขึ้นหรือไม่ และหากเกิดสงครามจริง ๆ เกาหลีเหนือจะสามารถต่อกรกับยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาได้แค่ไหน เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า แสนยานุภาพทางทหารของสหรัฐอเมริกานั้นเป็นอันดับหนึ่งของโลก ณ เวลานี้ โดยมีอาวุธที่มีประสิทธิภาพเตรียมพร้อมรบเป็นจำนวนมาก ขณะที่เกาหลีเหนือก็ถือว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีการเตรียมกำลังไว้พร้อมรบตลอดเวลาเช่นกันโดยเป็นประเทศที่มีแสนยานุภาพทางทหารในลำดับที่ 28 ทั้งนี้ รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางช่อง 3 ได้ยกแสนยานุภาพทางการทหารของสหรัฐอเมริกา และเกาหลีเหนือ ขึ้นมาเปรียบเทียบให้เห็นกันชัด ๆ ว่า สหรัฐอเมริกา-เกาหลีเหนือ จะสามารถเป็นคู่ต่อกรกันได้หรือไม่ โดยองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต ให้ข้อมูลเรื่องกองทัพสหรัฐอเมริกาไว้ว่า ปัจจุบันกองทัพสหรัฐฯ ตั้งฐานทัพอยู่ใน 156 ประเทศทั่วโลก รวมแล้ว 700 – 800 แห่ง มีกำลังพลประจำฐานทัพต่าง ๆ กว่า 255,065 คน ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกาเองนั้น ก็มีฐานทัพและคลังแสงรวมถึง 6,000 แห่ง จึงมีกำลังพลในประเทศและต่างประเทศ รวมกันกว่า 1,400,000 คน ในจำนวนนี้ เป็นทหารอเมริกันในต่างแดน 325,000 คน กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งยุโรป ออสเตรเลีย แอฟริกา เอเชีย อย่างเช่นที่ประเทศเกาหลีใต้นั้น มีทหารอเมริกันประจำการอยู่ 40,258 คน ประเทศญี่ปุ่น มีทหารอเมริกันประจำการอยู่ 40,045 คน ส่วนประเทศไทยเองก็มีทหารอเมริกันประจำการอยู่ 113 คน

ยุทธศาสตร์รูปแบบแผนการในการทําสงครามกับจีนของอเมริกา

โลกหลังยุคสงครามเย็นมีสภาพแวดล้อมทางด้านความมั่นคงเปลี่ยนแปลงอย่างหลากหลายอันนำไปสู่การรวมกลุ่มของมหาอำนาจและประเทศที่เป็นพันธมิตรซึ่งอาจก่อให้เกิดสงครามตัวแทนเกิดขึ้นโดยทั่วไป การแย่งชิงผลประโยชน์และอำนาจเป็นเป้าหมายของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั่วโลกจนกระทั่งต้องใช้สงครามในการตัดสินแก้ไขปัญหา ประเทศต่าง ๆ ถูกนำมาใช้เป็นตัวแทนในสงครามตัวแทนของมหาอำนาจ การทำสงครามในยุคโลกาภิวัตน์กระทำได้หลากหลายรูปแบบ การพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศของกองทัพไทยเพื่อเผชิญกับสงครามสาระ สนเทศในยุค โลกาภิวัตน์ และภัยคุกคามอันเกิดจากผลกระทบของโลกาภิวัตน์ จึงเป็นปัจจัยเร่งด่วนที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถเป็นอันดับแรก เพราะมันจะมีผลก่อให้เกิดความหวาดระแวงกันจนเกิดการสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ระหว่างกันขึ้น

รูปแบบการก่อตัวของมูลเหตุแห่งสงครามในอนาคต
ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาเป็นความสัมพันธ์ของประเทศมหาอำนาจที่มีความสำคัญถึงขั้นการชี้เป็นชี้ตายของสถานการณ์โลกได้ ถ้าความสัมพันธ์เป็นไปในทางที่เลวร้าย ก็จะนำโลกไปสู่ความเลวร้ายด้วย ถ้าความสัมพันธ์เป็นไปในแนวทางที่นำไปสู่ความสงบสุขโลกทั้งโลก ก็จะมีสันติไปด้วย การวิเคราะห์สถานการณ์ความมั่นคงระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนหลังสงครามอ่าวครั้งที่ ๒ จึงจะต้องกระทำอย่างระมัดระวังและให้มีความถูกต้องใกล้เคียงความเป็นจริงให้มากที่สุด

วิเคราะห์จุดอ่อนและจุดแข็งของสหรัฐอเมริกาและจีน

ประเทศสหรัฐอเมริกา
การที่จะเข้าใจที่มาของนโยบายด้านต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบโครงสร้างอำนาจและอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลและสังคมอเมริกันให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อน ที่จริงแล้วโครงสร้างนี้เป็นโครงสร้างที่ถูกปิดลับมานานไม่ได้มีการเปิดเผยให้สังคมชาวโลกได้รับทราบแต่การศึกษาด้านความมั่นคงจำเป็นที่จะต้องศึกษาถึงข้อมูลที่เป็นจริงและมีหลักฐานยืนยันอย่างแน่ชัดเพื่อที่จะนำไปสู่การวิเคราะห์สถานการณ์ที่ถูกต้องเที่ยงตรงต่อไป โครงสร้างอำนาจที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นโครงสร้างที่มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการผลักดันนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในทุกยุคทุกสมัย ทั้งนี้เพราะกลุ่มอำนาจและอิทธิพลดังกล่าวได้ใช้ชาวอเมริกันและรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเป็นเครื่องมือในการบรรลุผลประโยชน์ของตนเท่านั้น

วิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งประเทศจีน
จีนเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์และอารยะธรรมมายาวนาน ประเทศจีนมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก เคยมีประวัติศาสตร์ของความเจริญรุ่งเรืองสูงที่สุดในโลกมาแล้วหลายครั้ง การที่จีนจะกลับมาเป็นมหาอำนาจแข่งกับสหรัฐอเมริกาในยุคปัจจุบันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ทั้งนั้นทั้งนี้จีนต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การเป็นมหาอำนาจให้ได้

 

ยุทธศาสตร์การทําสงครามของอเมริกาเพื่อเป็นมหาอำนาจของโลก

ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่พึ่งจะก่อตั้งขึ้นมาประมาณ ๒๐๐ ปีเศษซึ่งเป็นตัวแทน ของบรรพบุรุษทางตะวันตกที่ประกอบด้วยประเทศตะวันตกในอดีตหลายประเทศที่เป็นประเทศมหาอำนาจผู้ล่าอาณานิคม หลังจากที่ประเทศเหล่านั้นเสื่อมอำนาจลงผู้ที่อยู่อาศัยที่เป็นคนชั้นนำของประเทศก็ได้เคลื่อนย้ายเข้าไปตั้งรกรากแห่งใหม่ในสหรัฐแห่งอเมริกา ฉะนั้นประเทศสหรัฐอเมริกาจึงเป็นประเทศที่เป็นแหล่งรวมของคุณลักษณะและบุคลิกลักษณะรวมทั้งอุดมการณ์ของผู้ล่าอาณานิคมเดิมอย่างเต็มเปี่ยม

พื้นฐานโครงสร้างทางสังคมของสหรัฐอเมริกาจึงประกอบไปด้วย เฟดเดอรอลรีเสิร์ฟ กลุ่มนักธุรกิจชาวยิว และกลุ่มผลประโยชน์ทางศาสนาคือคริสต์ศาสนา นิกายโรมันคาทอลิก ทั้งสามกลุ่มอิทธิพลดังกล่าวนี้ได้ร่วมกันก่อตั้งและครอบครองธุรกิจขนาดใหญ่ของโลก ๖ ชนิดมาเป็นเวลานาน ธุรกิจทั้ง ๖ ชนิดซึ่งกลุ่มธุรกิจเหล่านั้นคือ บรรษัทข้ามชาติที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายของรัฐบาลสหรัฐ

การที่จะเข้าใจที่มาของนโยบายด้านต่างๆของสหรัฐอเมริกาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบโครงสร้างอำนาจและอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลและสังคมอเมริกันให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อน ที่จริงแล้วโครงสร้างนี้เป็นโครงสร้างที่ถูกปิดลับมานานไม่ได้มีการเปิดเผยให้สังคมชาวโลกได้รับทราบแต่การศึกษาด้านความมั่นคงจำเป็นที่จะต้องศึกษาถึงข้อมูลที่เป็นจริงและมีหลักฐานยืนยันอย่างแน่ชัดเพื่อที่จะนำไปสู่การวิเคราะห์สถานการณ์ที่ถูกต้องเที่ยงตรงต่อไป

โครงสร้างอำนาจที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นโครงสร้างที่มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการผลักดันนโยบายต่างๆของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในทุกยุคทุกสมัย ทั้งนี้เพราะกลุ่มอำนาจและอิทธิพลดังกล่าวได้ใช้ชาวอเมริกันและรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเป็นเครื่องมือในการบรรลุผลประโยชน์ของตนเท่านั้น เมื่อสามารถบรรลุผลประโยชน์ของกลุ่มตนแล้วจึงได้จัดแบ่งผลประโยชน์ส่วนหนึ่งให้กับชาวอเมริกันซึ่งเป็นประชาชนรากหญ้าของสหรัฐแห่งอเมริกา

ธุรกิจอุตสาหกรรมด้านการผลิตอาวุธ

ธุรกิจค้าอาวุธนำเงินมหาศาลให้กับระบบเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา การสร้างสงครามคือการเปิดตลาดขายอาวุธของกลุ่มธุรกิจนี้ มีหลักฐานที่เกี่ยวกับการสร้างสงครามของกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมด้านการผลิตอาวุธกลุ่มที่มีบทบาทมากที่สุดคือ กลุ่มคาร์ไลล์ และกลุ่ม Skull and Bones ซึ่งมีผู้ร่วมประกอบธุรกิจในกลุ่มนี้จำนวนมากทั้งตระกูล บุช ตระกูลเชนีย์ ตระกูล เบเกอร์ ตระกูล บิน ลาเดนที่มั่งคั่ง อดีตผู้นำประเทศหลายคนของยุโรป นายลี กวน ยิว อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ และอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยร่วมธุรกิจนี้ด้วยหนึ่งคน ซึ่งมีการแสดงหลักฐานโดยแน่ชัดว่าเมื่อสหรัฐฯ เข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามใดในทุกพื้นที่ของโลกจะต้องมีกลุ่มคาร์ไลล์เข้าไปเป็นตัวหลักในการสร้างสงครามเสมอ